อีสานผ่านกระจกรถ
posted on 08 Jul 2009 07:30 by berserk-rabbit in blah-blah
"สวัสดียามเช้า มาต่อจากเอนที่แล้วกันครับ"
เริ่มต้นเดินทางขึ้นถนนวงแหวนตะวันออก จาก ศรีณครินทร์ ยิงยาว
ไปลงอยุธยา สองข้างระหว่างทางที่เห็น ยังคงแยกไม่ออกว่าเรา
ได้เดินทางออกจากกรุงเทพแล้ว อยุธยาในวันนี้ที่ผมเห็น นับว่าดู
ไม่แตกต่างจากสมุทรปราการซักเท่าไร ถนนเป็นถนนใหญ่ 8เลนขับสบาย
สองข้างทางทิวทัศน์เป็นโรงงานใหญ่ๆ แยกไม่ออกเลยว่าได้มาถึง
อยุธยาแล้ว ระหว่างวิ่งก็มีแซวเล่นๆ ว่า จะโดนก้อนหินปาไหมนะ
ขับไปซักพัก ก็เข้าเขตสระบุรี เข้ามาตอนไหนก็ไม่รู้ รู้เพราะป้ายบอกทาง
ว่าเข้าเขตสระบุรีแล้ว ซึ่งก็แทบไม่รู้ตัวเพราะยังแยกความแตกต่างของเมือง
ไม่ออก เพราะสองข้างทางยังคงเต็มไปด้วยโรงงาน วิ่งต่อไปอีกพักนึง
นั่นแหละ สิ่งที่เรารอคอยก็มาถึง ภูเขาๆๆ เริ่มเห็นความแตกต่างแล้ว
ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ก็เข้ามาโคราชแล้ว โคราชเป็นเมืองที่น่าอยุ่มากใน
สายตาผม ถนนลัดเลาะไปตามเขาเป็นระยะๆ สองข้างทางเต็มไปด้วย
ต้นไม้ใหญ่ วิวที่เห็นจากหน้าต่างรถจะเห็นแนวเขายาวไปจนสุดลูกหูลูกตา
บรรยากาศสวยงามมากครับ
*ภาพจาก www.sukananroyalhill.net/index.php?lay=show...
สองข้างทางของโคราช เต็มไปด้วยสถานที่แวะเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นสวนต่างๆ
หรือฟาร์มใหญ่ๆ อย่างฟาร์มนมของไทย-เดนมาร์ก หรือ ฟาร์มโชคชัย แต่ก็มี
โรงงานขนาดใหญ่อยู่เป็นระยะๆ โดยเฉพาะ cp นี่เท่าที่เห็นไม่ต่ำกว่า 3โรงงาน
เป็นโรงงานขนาดใหญ่มากซะด้วย เท่าที่เห็นแค่จากหน้าต่างรถ ก็นับว่า
โคราชเป็นเมืองที่ครบเครื่อง ทั้งธรรมชาติที่สวยงาม และความเป็นเมืองใหญ่
เสียดายที่ไม่ได้เข้าตัวเมือง แต่เท่าที่เห็น โคราชคงไม่น้อยหน้าจังหวัดรอบๆ
กรุงเทพแน่ๆ ให้ตายเหอะ ผมหลงรักโคราชซะแล้ว ซักวันจะมาเที่ยวแบบเต็มๆ
ให้ไ้ด้เลย คอยดู
ระหว่างทาง ผ่านเขื่อน อะไรจำชื่อไม่ได้ ที่มีรูปปั้นอดีตนายก ชาติชาย ขี่ฮาร์เล่ด้วย
เท่ชะมัด ออ ตรงตีนเขาใหญ่มีสถานที่ฝึกสุนัขทหาร ขนาดใหญ่มาก เพื่อนใคร
เกรียนๆ จะส่งมาเรียนที่นี่ก็น่าสนไม่หยอก อิอิ
ผ่านเขาใหญ่มาแล้ว ก็ใกล้ถึงจุดหมายปลายทางของเราแล้ว แอบแซวเล่นๆ ว่า
ป้ายบอกทางกวนตีนมาก ป้ายแรก บุรีรัมย์ 116กิโลเมตร วิ่งไปซักพัก........
บุรีรัมย์ 138กิโลเมร อ้าวเห้ย...นี่กูถูกมิติเวลาดูดหรือไง ระยะทางมันถึงมากขึ้น ฮา
เข้าเขตบุรีรัมย์ บุรีรัมย์เป็นเมืองเล็กๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งนา ไม่ค่อยมีต้น
ไม้ใหญ่แบบโคราช แต่ก็เขียวชอุ่มไปสุดลูกหูลูกตา ตัดกับความรู้สึกที่มีแบบ
หน้ามือหลังเท้า เพราะในความทรงจำสมัยเด็กๆ สื่อทุกสื่อจะประโคมข่าวตลอดว่า
อีสานแห้งแล้งมากๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังละคร เพลง ล้วนแต่บอกว่า อีสานมันแล้งมากๆ
จนมีโครงการของรัฐบาลออกมา
โครงการอีสานเขียวนั่นแหละ แล้วที่จำได้ไม่ลืม คือ บุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่จนที่สุดใน
ประเทศไทย ความคิดที่ว่า อีสานแล้งไม่น่าเที่ยวมันเลยฝังอยู่ในหัวตลอด
จนได้มาเห็นด้วยตาตัวเองนี่แหละ ความคิดแบบเก่าๆ จึงหมดไป เจ้าสาวบอกกับ
ผมวา ไอ้เรื่องความแห้งแล้งอะ มันเรื่องจริง แต่เป็นเรื่องจริงสมัยก่อนโน้นนน
เดียวนี้ก็อย่างที่เห็น มันไม่แล้งแบบนั้นแล้ว
เท่าที่เห็นบุรีรัมย์ผ่านจากกระจกรถ บุรีรัมย์เป็นเมืองเล็กๆ เป็นเมืองแค่ตัวอำเภอ
คือพอพ้นเขตอำเภอ ก็เป็นไร่นาทั้งหมด ไม่มีโรงงานขนาดใหญ่ เล็กก็ไม่มี
ตึกสูงๆ ไม่มี ห้างก็ไม่มี นับเป็นเมืองเล็กๆ ที่สงบน่าอยู่ดีครับ แต่คนเมืองอย่าง
ผมมีติดใจอยู่นิดว่า ถ้าสมมุติผมอยากไปไหนมาไหน ละไม่มีรถส่วนตัวจะทำยัง
ไงดี? เพราะตลอดเวลาที่มองผ่านกระจกมา ตั้งแต่โคราชถึงบุรีรัมย์ ผมยังไม่เห็น
ขนส่งมวลชนซักคัน เอ เค้าเดินทางกันยังไงนะ ถ้าไม่มีรถส่วนตัว
แต่คำถามนี้ก็ได้คำตอบมาจากเจ้าสาวว่า มีรถรับส่งระหว่างอำเภอเหมือนกัน
แต่มีไม่เยอะ คือจะเป็นรอบๆ หมดแล้วหมดเลย ต้องไปให้ตรงเวลา
แต่สำหรับคนที่นั้นแล้ว เรื่องนี้ไม่มีใครคิดว่าเป็นปัญหา มีแต่คนนอกแบบผม
นะแหละที่คิดว่าเป็นปัญหา แหะๆ แต่ผมก็อยากให้การขนส่งมวลชนมันมากกว่า
นี้นะครับ คนในท้องที่จะได้ไปไหนมาไหนได้สะดวกสบาย ไอ้ความสะดวกสบาย
ในการเดินทางนี้ มันก็น่าจะนำพาความเจริญเข้าสู่เมืองตามไปด้วย
แอบแซวบุรีรัมย์นิดๆ ที่ว่าการอำเภอแต่ละอำเภอของบุรีรัมย์ ใหญ่มากกกกก
ไม่ใช่ตึกทีทำการอำเภอใหญ่นะครับ แต่คือที่มันเยอะมาก สนามหน้าตึกอำเภอ
ประมาณสนามบอล 8สนามต่อกัน มองเห็นตึกอำเภออยู่ไกลลิบๆ นี่ถ้าไปทำ
บัตรประชาชนทีสงสัยได้เดินกันน่องโป่ง กว่าจะถึงตึกอำเภอ ฮา
เสียดายที่การเดินทางครั้งนี้ ไม่มีโอกาศได้แวะเที่ยวไหน ต้องรีบไปรีบกลับ
แต่แค่มองผ่านหน้าต่างรถ แค่นี้ก็ทำให้ผมหลงเสน่ห์แดนอีสานเข้าให้แล้ว
ไม่ใช่แค่อยากมากเที่ยว แต่อยากมาอยู่เลยเชียวแหละ ออแต่ยังไม่แน่แหะ
เพราะยังไม่ได้ลองไปเชียงใหม่เลย(เคยไปตอนเด็กๆ ซึ่งก็จำแทบไม่ได้แล้ว)
ถ้าได้ไปอาจหลงเสน่ห์ถึงขั้นกลับบ้านไม่ถูกเลย
ปล. ประโคนชัย กระเทยเยอะมาก ฮา
"เจอกันเอนหน้าครับ"






ชอบๆ












ถ้าผมไปจะได้ไม่แวะแถวนั้น
#1 By sherol on 2009-07-08 08:55